Posts under ‘ไม้ปาร์เก้’

การปูพื้นไม้ปาร์เก้

การปูพื้นไม้ปาร์เก้
การปูพื้นไม้ปาร์เก้มีวิธีการปูอยู่สามวิธี คือ การปูพื้นไม้ปาร์เก้โดยใช้กาว ซึ่งเป็นวิธีการปูพื้นไม้ปาร์เก้ที่ง่ายที่สุดและใช้เวลาในการปูพื้นไม้ปาร์เก้น้อย นอกจากนี้ยังทำให้พื้นไม้ปาร์เก้เก็บเสียงได้ดีขึ้น แต่กาวที่จะนำมาปูพื้นไม้ปาร์เก้นี้ควรเป็นกาวที่มีคุณภาพดี และผลิตขึ้นมาสำหรับการติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้โดยเฉพาะ,การปูพื้นไม้ปาร์เก้ด้วยการตอกตะปู ซึ่งจะต้องปูพื้นไม้ปาร์เก้ลงบนพื้นไม้ที่รองรับอยู่ด้านล่าง การปูพื้นไม้ปาร์เก้ด้วยวิธีนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมาก,การปูพื้นไม้ปาร์เก้แบบลอยตัว โดยจะปูพื้นไม้ปาร์เก้ลงบนโฟม ซึ่งเป็นวิธีติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้ที่ทำได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่ว่าพื้นไม้ปาร์เก้จะไม่ค่อยเก็บเสียง และถ้าหากแผ่นไม้ปาร์เก้เกิดเสียหายขึ้นมาก็อาจจะต้องรื้อพื้นไม้ปาร์เก้เพื่อทำการซ่อมแซม ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องรื้อพื้นไม้ปาร์เก้ออกค่อนข้างมาก เพราะแผ่นไม้จะทากาวติดไว้ด้วยกัน

การปูไม้ปาร์เก้

คุณสามารถทำให้ห้องมีชีวิตชีวาได้ด้วยไม้ปาร์เก้ได้หรือไม่?
การ ปูไม้ปาร์เก้เป็นเหมือนกับการผสมผสานระหว่างการปูพื้นด้วยไม้ แข็งและการปูด้วยกระเบื้องสี่เหลี่ยม มันก็เลยดีต่อทั้ง 2 แบบ น่าแปลกใจที่แบบนี้ไม่ได้รับความนิยมมากกว่า แต่ก็มีประเด็นด้านดีไซน์ที่อธิบายเรื่องนี้ไว้ซึ่งจะกล่าวในตอนท้าย
ชนิดของการปูไม้ปาร์เก้
มี สองชนิดในการปูพื้นไม้ปาร์เก้ ชนิดแรกคือไม้ปาร์เก้ โดยเนื้อไม้จะเป็นแผ่นเดียวตั้งแต่บนลงล่าง อีกชนิดคือพื้นไม้ลามิเนต ซึ่งจะเหมือนกับไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ ชนิดนี้จะมีฐานไม้อัด(ที่จะวางวีเนียร์ไว้เมื่อสำเร็จ)ที่เสถียรกว่า ไม่ว่าจะเป็นไม้ปาร์เก้หรือไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ ทั้งสองก็มีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จแล้วและแบบยังไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ ตาม พื้นไม้ปาร์เก้นั้นที่จริงแล้วก็ไม่ได้แข็งจริงๆ เพราะปาร์เก้จะประกอบด้วยชิ้นไม้เล็กๆที่มาประกอบกัน ดังนั้น แม้ว่าปาร์เก้แบบนี้จะมีตาข่ายหรือกระดาษที่ด้านหลัง แต่เหตุที่มีตาข่ายนี้ก็เพื่อให้ตัวกระเบื้องติดกับกาวแน่นขึ้น เหมือนกับตาข่ายนที่ติดหลังกระเบื้องโมเสก
ไม้ปาร์เก้ยังคงเป็นตัวเลือกในการปูพื้นที่ไม่นิยม ดังนั้นคุณจึงต้องระมัดระวังหากคุณคิดจะขายบ้านในเร็วๆ นี้
ไม้ปาร์เก้ชนิดใหม่ๆ จะมีเบาะโฟมติดที่ด้านใต้ ซึ่งช่วยให้คุณหรือผู้ติดตั้งไม่จำเป็นต้องวางชั้นรองรับที่แยกต่างหาก นอกจากมันจะช่วยเป็นเบาะกันกระแทกแล้ว มันยังมีกาวในตัวด้วย เพียงแค่ดึงกระดาษออกแล้วกดลงไป ปาร์เก้ก็จะติดตรงตำแหน่งที่คุณต้องการ
แน่นอนว่าการปูพื้นไม้ ที่ประกอบด้วยชั้นบางๆ ก็มีเวอร์ชั่นที่เป็นปาร์เก้เหมือนกัน เนื่องจากลามิเนตไม่ใช่ไม้ จึงไม่สามารถทำเป็นไม้ปาร์เก้ได้

วิธีการติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้

มี วิธีการติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้ 3 วิธี แต่ละวิธีก็จะเหมาะกับชนิดของพื้นไม้ปาร์เก้ชนิดหนึ่งหรือหลายๆ ชนิด และบางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้สองวิธีผสมกัน
โดยวิธีมีอยู่ 3 วิธีได้แก่
1.วิธีการติดตั้งแบบลอยตัว
2.วิธีการติดตั้งโดยใช้กาว
3.วิธีการติดตั้งด้วยการตอกตะปู

พื้นไม้ปาร์เก้ชนิดไม้ปาร์เก้

พื้นไม้แบบนี้จะทำขึ้นจากไม้ที่เลือกซึ่งมีความหนา โดยจะเหมือนกับพื้นไม้ปาร์เก้แบบไม้พื้นประสานตรง ที่อาจอยู่ในรูปเคลือบเงาหรือลงน้ำมันแล้ว หรืออยู่ในรูปที่ยังไม่สำเร็จก็ได้
ข้อดีของพื้นไม้ปาร์เก้ชนิดไม้ปาร์เก้
-สามารถปรับปรุงใหม่ได้หลายครั้ง
ข้อเสียของพื้นไม้ปาร์เก้ชนิดไม้ปาร์เก้
-การติดตั้งมีราคาแพง โดยต้องใช้การติดตั้งแบบใช้กาวและการตอกตะปู
ชนิดของไม้ปาร์เก้แบ่งโดยใช้ลักษณะภายนอกที่มองเห็น
ชนิดของไม้ปาร์เก้จะแตกต่างกันไปตามสี โครงสร้างลวดลาย และระดับของความแตกต่างของไม้
-สี ธรรมชาติของไม้ทั่วๆ ไป จะเกิดหลังจากทำการลงเงาใสอย่างสมบูรณ์ เช่น ไม้เชอร์รี่-สีออกแดง ไม้เมเปิ้ล-สีออกครีม ไม้เวนจ์-สีดำ เป็นต้น
-ลวด ลายของไม้แต่ละชนิดจะกำหนดโดยร่องรอยต่างๆ ตามธรรมชาติที่เกิดบนไม้ บ้างก็มีลวดลายน้อย แต่บ้างก็มีลวดลายเยอะและโดดเด่น (เส้นใยแนวตั้ง, รอยคล้ายดอกไม้)
-การจัดประเภททั่วๆ ไปตามระดับความแตกต่าง
- ไม่แตกต่าง (ธรรมดา) – จะมีลักษณะคือมีตะปุ่มตะป่ำเยอะมาก และค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงสีชัดเจน ลวดลายจะมีร่องรอยตามธรรมชาติของไม้
-ธรรมชาติ (ระดับกลางของการแบ่งประเภท) – ไม้ซึ่งมีตะปุ่มตะป่ำน้อยและการเปลี่ยนสีน้อย
-แตกต่าง (คัดสรร เป็นระดับสูงสุดของการแบ่งประเภท) – มีลักษณะสะอาดเรียบอย่างคลาสสิก
-มี ไม้บางชนิดที่มีลักษณะการเปลี่ยนสีอย่างชัดเจน ที่ระดับสูงของการแบ่งแยกนั้น สีของไม้สีใดสีหนึ่งจะโดดเด่นออกมา และมีร่องรอยในอีกสีเพียงเล็กน้อย (เช่น ไม้เชอร์รี่จะมีการเปลี่ยนสีจากสีออกแดงเป็นสีขาว แต่ที่ระดับการแบ่งประเภทที่สูงนั้น จะมีร่องรอยสีขาวเพียงเล็กน้อย)

ชนิดของไม้ปาร์เก้

พื้นไม้ลามิเนต(ไม้ปาร์เก้สังเคราะห์)
ไม้ปาร์เก้ชนิดนี้จะประกอบด้วยหลายชั้น
-ชั้นบน เป็นลามิเนต(วัสดุพลาสติกแข็งซึ่งใช้ป้องกันไมโครฟิล์ม)
-ชั้นไมโครฟิล์ม (ภาพถ่ายที่เลียนแบบชนิดของไม้ เช่นไม้เชอร์รี่ ไม้โอ๊ค ไม้เนื้อแข็ง เป็นต้น)
-ชั้น HDF (ไฟเบอร์บอร์ดความหนาแน่นสูง) ซึ่งเป็นแบบที่ปรับปรุงจาก MDF
-ชั้นลามิเนตซึ่งใช้ปิดข้างใต้และป้องกัน HDF