Posts Tagged ‘ปาร์เก้’

การปูพื้นไม้ปาร์เก้

การปูพื้นไม้ปาร์เก้
การปูพื้นไม้ปาร์เก้มีวิธีการปูอยู่สามวิธี คือ การปูพื้นไม้ปาร์เก้โดยใช้กาว ซึ่งเป็นวิธีการปูพื้นไม้ปาร์เก้ที่ง่ายที่สุดและใช้เวลาในการปูพื้นไม้ปาร์เก้น้อย นอกจากนี้ยังทำให้พื้นไม้ปาร์เก้เก็บเสียงได้ดีขึ้น แต่กาวที่จะนำมาปูพื้นไม้ปาร์เก้นี้ควรเป็นกาวที่มีคุณภาพดี และผลิตขึ้นมาสำหรับการติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้โดยเฉพาะ,การปูพื้นไม้ปาร์เก้ด้วยการตอกตะปู ซึ่งจะต้องปูพื้นไม้ปาร์เก้ลงบนพื้นไม้ที่รองรับอยู่ด้านล่าง การปูพื้นไม้ปาร์เก้ด้วยวิธีนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมาก,การปูพื้นไม้ปาร์เก้แบบลอยตัว โดยจะปูพื้นไม้ปาร์เก้ลงบนโฟม ซึ่งเป็นวิธีติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้ที่ทำได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่ว่าพื้นไม้ปาร์เก้จะไม่ค่อยเก็บเสียง และถ้าหากแผ่นไม้ปาร์เก้เกิดเสียหายขึ้นมาก็อาจจะต้องรื้อพื้นไม้ปาร์เก้เพื่อทำการซ่อมแซม ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องรื้อพื้นไม้ปาร์เก้ออกค่อนข้างมาก เพราะแผ่นไม้จะทากาวติดไว้ด้วยกัน

ดีไซน์ไม้ปาร์เก้

นักออกแบบ การปูพื้นแนะนำว่าคุณควรระมัดระวังในการใช้ปาร์เก้เพราะมันอาจมี ภาพลักษณ์ที่ดู “ยุ่งเหยิง” การใช้ขอบเพื่อตกแต่งอาณาเขตโดยรอบหรือมุ่งเข้าไปที่ตรงจุดกึ่งกลางของพื้น ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความ “ยุ่งเหยิง” นี้ได้ ปาร์เก้อาจจะเหมาะกับห้องบางห้อง แต่ไม่ควรใช้กับทั้งบ้าน

พื้นไม้ปาร์เก้แบบไม้พื้นประสาน

พื้นไม้ปาร์เก้แบบไม้พื้นประสาน (สามชั้น หลายชั้น หรือสองชั้น) จะประกอบด้วยชั้นของไม้ซึ่งถูกทากาวติดกัน โดยแต่ละชั้นจะทำมุม 90 องศากับชั้นก่อนหน้า ชั้นบนจะเป็นไม้ที่เลือก (เช่นไม้เชอร์รี่ ไม้โอ๊ค ไม้แมร์โบเป็นต้น) ที่ความหนาระหว่าง 3 ถึง 8 มม.
ไม้ปาร์เก้แบบไม้พื้นประสานอาจมาในสองลักษณะ
1.เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จซึ่งผ่านการเคลือบเงาและลงน้ำมันแล้ว
2.เป็นผลัตภัณฑ์ที่ยังไม่เสร็จ ซึ่งสามารถนำไปทาสีและเคลือบน้ำมันหรือขัดเงาเพื่อให้เหมาะกับดีไซน์ที่ต้องการได้
ข้อดีของไม้ปาร์เก้ชนิดไม้พื้นประสาน
-สามารถปรับปรุงใหม่ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง (แต่ละครั้งห่างกันทุกๆ 10-15 ปี)
-ชั้นที่ใช้ในการรองรับจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนรูปและการเคลื่อนของไม้
-ไม้จะยังคงรักษาสภาพภายนอกได้หลายปี
-สามารถติดตั้งโดยใช้การทากาวหรือแบบระบบลอยตัว