การปูพื้นไม้ปาร์เก้
การปูพื้นไม้ปาร์เก้มีวิธีการปูอยู่สามวิธี คือ การปูพื้นไม้ปาร์เก้โดยใช้กาว ซึ่งเป็นวิธีการปูพื้นไม้ปาร์เก้ที่ง่ายที่สุดและใช้เวลาในการปูพื้นไม้ปาร์เก้น้อย นอกจากนี้ยังทำให้พื้นไม้ปาร์เก้เก็บเสียงได้ดีขึ้น แต่กาวที่จะนำมาปูพื้นไม้ปาร์เก้นี้ควรเป็นกาวที่มีคุณภาพดี และผลิตขึ้นมาสำหรับการติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้โดยเฉพาะ,การปูพื้นไม้ปาร์เก้ด้วยการตอกตะปู ซึ่งจะต้องปูพื้นไม้ปาร์เก้ลงบนพื้นไม้ที่รองรับอยู่ด้านล่าง การปูพื้นไม้ปาร์เก้ด้วยวิธีนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมาก,การปูพื้นไม้ปาร์เก้แบบลอยตัว โดยจะปูพื้นไม้ปาร์เก้ลงบนโฟม ซึ่งเป็นวิธีติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้ที่ทำได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่ว่าพื้นไม้ปาร์เก้จะไม่ค่อยเก็บเสียง และถ้าหากแผ่นไม้ปาร์เก้เกิดเสียหายขึ้นมาก็อาจจะต้องรื้อพื้นไม้ปาร์เก้เพื่อทำการซ่อมแซม ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องรื้อพื้นไม้ปาร์เก้ออกค่อนข้างมาก เพราะแผ่นไม้จะทากาวติดไว้ด้วยกัน
Posts Tagged ‘พื้นไม้ปาร์เก้’
การปูพื้นไม้ปาร์เก้
วิธีการติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้
มี วิธีการติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้ 3 วิธี แต่ละวิธีก็จะเหมาะกับชนิดของพื้นไม้ปาร์เก้ชนิดหนึ่งหรือหลายๆ ชนิด และบางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้สองวิธีผสมกัน
โดยวิธีมีอยู่ 3 วิธีได้แก่
1.วิธีการติดตั้งแบบลอยตัว
2.วิธีการติดตั้งโดยใช้กาว
3.วิธีการติดตั้งด้วยการตอกตะปู
พื้นไม้ปาร์เก้ชนิดไม้ปาร์เก้
พื้นไม้แบบนี้จะทำขึ้นจากไม้ที่เลือกซึ่งมีความหนา โดยจะเหมือนกับพื้นไม้ปาร์เก้แบบไม้พื้นประสานตรง ที่อาจอยู่ในรูปเคลือบเงาหรือลงน้ำมันแล้ว หรืออยู่ในรูปที่ยังไม่สำเร็จก็ได้
ข้อดีของพื้นไม้ปาร์เก้ชนิดไม้ปาร์เก้
-สามารถปรับปรุงใหม่ได้หลายครั้ง
ข้อเสียของพื้นไม้ปาร์เก้ชนิดไม้ปาร์เก้
-การติดตั้งมีราคาแพง โดยต้องใช้การติดตั้งแบบใช้กาวและการตอกตะปู
ชนิดของไม้ปาร์เก้แบ่งโดยใช้ลักษณะภายนอกที่มองเห็น
ชนิดของไม้ปาร์เก้จะแตกต่างกันไปตามสี โครงสร้างลวดลาย และระดับของความแตกต่างของไม้
-สี ธรรมชาติของไม้ทั่วๆ ไป จะเกิดหลังจากทำการลงเงาใสอย่างสมบูรณ์ เช่น ไม้เชอร์รี่-สีออกแดง ไม้เมเปิ้ล-สีออกครีม ไม้เวนจ์-สีดำ เป็นต้น
-ลวด ลายของไม้แต่ละชนิดจะกำหนดโดยร่องรอยต่างๆ ตามธรรมชาติที่เกิดบนไม้ บ้างก็มีลวดลายน้อย แต่บ้างก็มีลวดลายเยอะและโดดเด่น (เส้นใยแนวตั้ง, รอยคล้ายดอกไม้)
-การจัดประเภททั่วๆ ไปตามระดับความแตกต่าง
- ไม่แตกต่าง (ธรรมดา) – จะมีลักษณะคือมีตะปุ่มตะป่ำเยอะมาก และค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงสีชัดเจน ลวดลายจะมีร่องรอยตามธรรมชาติของไม้
-ธรรมชาติ (ระดับกลางของการแบ่งประเภท) – ไม้ซึ่งมีตะปุ่มตะป่ำน้อยและการเปลี่ยนสีน้อย
-แตกต่าง (คัดสรร เป็นระดับสูงสุดของการแบ่งประเภท) – มีลักษณะสะอาดเรียบอย่างคลาสสิก
-มี ไม้บางชนิดที่มีลักษณะการเปลี่ยนสีอย่างชัดเจน ที่ระดับสูงของการแบ่งแยกนั้น สีของไม้สีใดสีหนึ่งจะโดดเด่นออกมา และมีร่องรอยในอีกสีเพียงเล็กน้อย (เช่น ไม้เชอร์รี่จะมีการเปลี่ยนสีจากสีออกแดงเป็นสีขาว แต่ที่ระดับการแบ่งประเภทที่สูงนั้น จะมีร่องรอยสีขาวเพียงเล็กน้อย)
พื้นไม้ปาร์เก้แบบไม้พื้นประสาน
พื้นไม้ปาร์เก้แบบไม้พื้นประสาน (สามชั้น หลายชั้น หรือสองชั้น) จะประกอบด้วยชั้นของไม้ซึ่งถูกทากาวติดกัน โดยแต่ละชั้นจะทำมุม 90 องศากับชั้นก่อนหน้า ชั้นบนจะเป็นไม้ที่เลือก (เช่นไม้เชอร์รี่ ไม้โอ๊ค ไม้แมร์โบเป็นต้น) ที่ความหนาระหว่าง 3 ถึง 8 มม.
ไม้ปาร์เก้แบบไม้พื้นประสานอาจมาในสองลักษณะ
1.เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จซึ่งผ่านการเคลือบเงาและลงน้ำมันแล้ว
2.เป็นผลัตภัณฑ์ที่ยังไม่เสร็จ ซึ่งสามารถนำไปทาสีและเคลือบน้ำมันหรือขัดเงาเพื่อให้เหมาะกับดีไซน์ที่ต้องการได้
ข้อดีของไม้ปาร์เก้ชนิดไม้พื้นประสาน
-สามารถปรับปรุงใหม่ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง (แต่ละครั้งห่างกันทุกๆ 10-15 ปี)
-ชั้นที่ใช้ในการรองรับจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนรูปและการเคลื่อนของไม้
-ไม้จะยังคงรักษาสภาพภายนอกได้หลายปี
-สามารถติดตั้งโดยใช้การทากาวหรือแบบระบบลอยตัว
ข้อดีของการปูพื้นไม้ปาร์เก้
การปูพื้นไม้ปาร์ เก้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ไม่ว่ายุคไหนๆ การปูพื้นไม้ปาร์เก้ก็ให้ความสวยงามมากทุกครั้ง เริ่มแรกนั้นการปูพื้นไม้ปาร์เก้เป็นการปูพื้น “พรมที่ทำจากไม้” โดยจะประกอบด้วยบล็อกไม้ขนาดเล็กๆ
เราจึงอยากนำเสนอข้อดีของการปูพื้นไม้ปาร์เก้ดังนี้
1. ในแง่ของการตกแต่ง การปูพื้นไม้ปาร์เก้จะมีลวดลายและภาพลักษณ์ที่สวยงาม เนื่องจากการปูพื้นไม้ปาร์เก้จะประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ ของวัสดุที่ใช้ ซึ่งทำให้ผู้ตกแต่งสามารถสร้างแพทเทิร์นได้หลากหลายตามความชอบ นอกจากนี้ การปูพื้นไม้ปาร์เก้ยังสามารถทำบนพื้นคอนกรีตได้ทันที และยังมีหลากหลายลวดลายและสีสันให้ผู้ตกแต่งเลือกได้เพราะมันทำมาจากไม้หลาก หลายชนิด ทั้งไม้สีเข้มหรืออ่อน ไม้เชอร์รี่ ไม้บีช ไม้โอ๊ค หรืออื่นๆ
2. ข้อดีอีกอย่างของการปูพื้นไม้ปาร์เก้ก็คือในปัจจุบันนี้ลูกค้ามีโอกาสได้ เลือกซื้อไม้ปาร์เก้ที่แปลกแหวกแนวกว่าเดิม เช่น ไม้ไผ่ โมเสก หรือไม้ปาร์เก้ที่มีสี จึงสามารถเข้ากับไอเดียการตกแต่งที่หลากหลายตามความชอบของลูกค้า นอกจากนี้ วัสดุปูพื้นเหล่านี้ยังมีความทนทานสูงมาก เนื่องจากเราสามารถทำการป้องกันรอยข่วนและความชื้นได้โดยใช้วิธีต่างๆ ได้แก่ การลงแว็กซ์ การทำ plain finish และการทำ pre-oiled finish
3. จากคุณลักษณะข้างตน จึงทำให้การปูพื้นไม้ปาร์เก้สามารถดูแลรักษาได้ง่าย เนื่องจากมันมีความต้านทานความชื้นและรอยขีดข่วน รวมทั้งง่ายในการปรับปรุง โดยเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเราอาจขัดด้วยกระดาษทราย และทำการขัดเงา มันก็จะกลับมาดูเหมือนใหม่
4. นอกจากนี้ การเลือกวัสดุปูพื้นปาร์เก้นั้น เราไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงการใช้งานในอนาคตมากนัก เพราะพื้นไม้ปาร์เก้นั้นเป็นวัสดุที่ค่อนข้างแข็งแรงและเป็นมิตรกับสิ่งแวด ล้อม เช่นพื้นไม้ปาร์เก้ที่ทำจากไม้อัดนั้นสามารถใช้กับห้องใต้ดินได้ด้วย
5. ข้อสุดท้ายซึ่งเป็นข้อดีที่สำคัญที่สุดก็คือการปูพื้นไม้ปาร์เก้นั้นประหยัด มาก เพราะการปรับปรุงพื้นไม้ปาร์เก้จะใช้การขัดเงาที่ไม่แพงแต่ยังคงทำให้ดู [...]
![Htawee-BN[625-120]-2](http://xn--12c5crj8e2dxa5bf1a.net/wp-content/uploads/2010/03/Banner265-400-2.gif)